ไม่เจ็บ ไม่มีก้อน ≠ ปลอดภัย! แพทย์ รพ.วิมุต เผยสัญญาณมะเร็งเต้านมที่หลายคนมองข้าม พร้อมแนะวิธีตรวจคัดกรองที่ถูกต้องตามวัย

ไม่เจ็บ ไม่มีก้อน ≠ ปลอดภัย! แพทย์ รพ.วิมุต เผยสัญญาณมะเร็งเต้านมที่หลายคนมองข้าม พร้อมแนะวิธีตรวจคัดกรองที่ถูกต้องตามวัย

“มะเร็งเต้านม” คือภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกหลายแสนคนต่อปี และน่าตกใจยิ่งขึ้นเมื่อในไทยพบผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยถึง 60 คนต่อวัน

“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกมากที่สุด โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2565 มีผู้ป่วยใหม่ราว 2.3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 670,000 คน ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมครองตำแหน่งมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้หญิงในกว่า 157 ประเทศจากทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ข้อมูล GLOBOCAN Thailand 2022 ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ในผู้หญิงไทยกว่า 21,628 ราย หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยสูงถึง 60 คนต่อวัน ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ทำให้ พญ.พุทธิพร เนาวะเศษ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ทั่วไปและศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ออกมาให้ความรู้ เพื่อช่วยให้ทุกคนรู้เท่าทันโรคนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือภาวะที่เซลล์ภายในเต้านมเจริญเติบโตผิดปกติและค่อย ๆ กลายเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง ซึ่งอาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญประการแรกคือการเป็นเพศหญิง ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านอายุที่มากขึ้น ปัญหาด้านฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยหรือหมดประจำเดือนช้า รวมถึงพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือผู้ที่มียีนผิดปกติ เช่น ยีน BRCA1 และ BRCA2 (ยีนที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่อย่างมีนัยสำคัญ) ตลอดจนผู้ที่มีความผิดปกติของเซลล์เต้านมบางชนิด เช่น ADH, ALH และ LCIS พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการไม่ออกกำลังกาย ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน รวมถึงผู้ที่เคยได้รับรังสีบริเวณทรวงอกก็มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าตัวโรคคือความเชื่อผิด ๆ ที่ยังแพร่หลายในสังคม พญ.พุทธิพร เนาวะเศษ อธิบายว่า “หลายคนเข้าใจว่าเมื่อคลำพบ ‘ก้อน’ ที่เต้านมแปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่ความจริงแล้วต้องผ่านการตรวจคัดกรองจากแพทย์อย่างละเอียดก่อนถึงจะยืนยันได้ เพราะคำว่า ‘ก้อน’ เป็นเพียงคำเรียกรวมของความผิดปกติที่คลำพบหรือเห็นจากการตรวจภาพ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งซีสต์หรือถุงน้ำในเต้านม และเนื้องอกชนิดไม่ร้าย เช่น fibroadenoma (เนื้องอกชนิดธรรมดาในเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็ง)” นอกจากนี้ ความเชื่อที่ว่าการใส่เสื้อชั้นในขณะนอนหลับจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และอีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่หลายคนยังไม่รู้คือ ผู้ชายก็สามารถเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน แม้จะพบในอัตราที่น้อยกว่าผู้หญิงมากก็ตาม

หนึ่งในอันตรายที่สุดของมะเร็งเต้านมคือการที่มันไม่แสดงอาการในระยะแรก คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหากมีก้อนที่เต้านมแล้วไม่รู้สึกเจ็บปวด ก็แสดงว่าไม่อันตราย แต่ความจริงคือมะเร็งเต้านมระยะต้นมักไม่เจ็บและไม่มีอาการเด่นชัดใด ๆ ดังนั้น หากพบสัญญาณเตือน ไม่ว่าจะเป็นการคลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือบริเวณรักแร้ โดยเฉพาะก้อนที่มีลักษณะขอบไม่เรียบ โตเร็ว หรืออยู่ติดกับผิวหนัง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเต้านม เช่น ผิวหนังหรือหัวนมบุ๋มลงไป เต้านมผิดรูป ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลงไป หรือมีเลือดและของเหลวผิดปกติไหลออกจากหัวนม ควรรีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่รอช้า

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้นที่ทุกคนสามารถทำเองได้คือการคลำเต้านมด้วยตนเอง โดยแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปหมั่นทำทุกเดือน เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติ ซึ่งสามารถเลือกวิธีคลำได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การคลำเป็นก้นหอยหรือตามเข็มนาฬิกาโดยเริ่มจากหัวนมแล้ววนเป็นวงกว้างออกไปจนถึงบริเวณรักแร้ การคลำขึ้น-ลงตามแนวลำตัวตั้งแต่ฐานเต้าถึงกระดูกไหปลาร้า และการคลำเป็นรูปรัศมีรอบเต้านมโดยคลำเข้า-ออกแล้ววนรอบให้ทั่ว

สำหรับผู้ที่คลำพบก้อนผิดปกติ และผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป พญ.พุทธิพร เนาวะเศษ แนะนำให้เข้ารับการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) ซึ่งเป็นการเอกซเรย์เต้านมด้วยรังสีปริมาณต่ำ และเป็นวิธีมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ในบางกรณีอาจตรวจร่วมกับอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ส่วนการตรวจด้วย MRI นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มียีนผิดปกติหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม

ที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ทีมแพทย์สหสาขามุ่งเน้นการควบคุมโรคและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตระยะยาวของผู้ป่วย ด้วยแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ที่พิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายของมะเร็ง รวมถึงชนิดของมะเร็งว่าไวต่อฮอร์โมนหรือมีปัจจัยเฉพาะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ “การรักษาอาจประกอบด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด โดยในบางรายแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีวิธีที่สามารถคงรูปลักษณ์ของเต้านมไว้ได้ เช่น การผ่าตัดสงวนเต้านม หรือการผ่าตัดมะเร็งร่วมกับการตกแต่งเต้านมพญ.พุทธิพร เนาวะเศษ อธิบาย

“ผู้หญิงอย่างเรามีความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ดังนั้นอยากให้หมั่นสังเกตและคลำดูความเปลี่ยนแปลงของเต้านมตัวเอง และอย่ากลัวที่จะมาตรวจคัดกรองแม้ยังไม่มีอาการใด ๆ โดยเฉพาะหากคลำพบก้อน แม้อาจจะไม่ใช่ก้อนมะเร็ง แต่ก็ควรมาตรวจให้แน่ใจ เพราะถ้าพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็มีโอกาสรักษาได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว” พญ.พุทธิพร เนาวะเศษ กล่าว

ผู้สนใจปรึกษาแพทย์สามารถติดต่อศูนย์เต้านม ชั้น 4 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0040 หรือนัดหมายล่วงหน้าผ่าน ViMUT Application และบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed