บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดตัว “WoW Nut by Taokaenoi” ผลิตภัณฑ์ถั่วลายเสือคั่วคุณภาพสูงจากแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับการรับรอง GI พร้อมชูจุดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการ

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “WoW Nut by Taokaenoi” ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค สุขุมวิท โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นถั่วลายเสือคั่วซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นการรับประกันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง มีความพรีเมียม และมาจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในประเทศ
ภายในงานมี คุณอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ (คุณต๊อบ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ นางกิติยาพร สาธุเสน ผู้อำนวยการกองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดตัว นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วลายเสือที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาทิ บรรจุภัณฑ์จากเส้นใยถั่วลายเสือ เช่น จาน ถ้วย กระบอกน้ำ และผลิตภัณฑ์นมจากถั่วลายเสือ
กลยุทธ์การขยายธุรกิจของเถ้าแก่น้อย
คุณอิทธิพัทธ์ เปิดเผยว่า แบรนด์ “WoW Nut by Taokaenoi” เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ GO BROAD ตามแผนกลยุทธ์ 3 GO ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย GO FIRM, GO BROAD และ GO GLOBAL โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “Everywhere Every moment” ที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทสแน็คที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในทุกกลุ่ม

“จุดเริ่มต้นของ WoW Nut ถั่วลายเสือคั่ว เกิดจากที่เถ้าแก่น้อยลงพื้นที่ศึกษาดูงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้พบว่าที่นี่มีพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจคือถั่วลายเสือที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับประกันว่าถั่วลายเสือจากแหล่งนี้มีคุณภาพสูง มีลักษณะเฉพาะที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น โดยต้องปลูกใน 4 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเท่านั้น” คุณอิทธิพัทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ คุณอิทธิพัทธ์ ยังได้เล่าถึงปัญหาที่พบเกี่ยวกับเกษตรกรในพื้นที่ว่า “ในระหว่างที่ลงพื้นที่ได้รับรู้ปัญหาของเกษตรกรที่มีความยากลำบากและขัดสน รวมถึงได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชุมชน จึงเกิดความตั้งใจที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG (Environment, Social และ Governance) โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการส่งเสริมเกษตรกร
คุณอิทธิพัทธ์ เล่าถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่า บริษัทใช้เวลากว่า 1 ปี ในการพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิต โดยทีม R&D (Research and Development) ที่มีความชำนาญของเถ้าแก่น้อยเข้ามาดูแล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่อร่อยแต่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้เต็มที่

ในด้านการสนับสนุนเกษตรกร บริษัทได้ส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นกว่า 200 ไร่ และรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกรมป่าไม้ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเผาป่า เนื่องจากถั่วลายเสือสามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่จัดการแล้วและมีวงจรการปลูกที่ยั่งยืน
คุณประโยชน์ของถั่วลายเสือและแผนการตลาด
WoW Nut ถั่วลายเสือคั่ว นับว่าเป็น Healthy Snack น้องใหม่ที่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงใยอาหาร นอกจากนั้นกระบวนการผลิตยังใช้วิธีการคั่วตามแบบฉบับเดิม ไม่ใช้การทอด ไม่มีคอเลสเตอรอล และมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
WoW Nut มีให้เลือกชิม 2 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินัล และรสเกลือชมพู ในขนาด 25 กรัม และ 55 กรัม โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ประมาณ 70 – 100 ล้านบาท สำหรับตลาดในประเทศไทยในปี 2568 และมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศที่เถ้าแก่น้อยมีฐานเดิมอยู่แล้ว ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีความนิยมในการบริโภคถั่วลายเสืออยู่แล้ว
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวถึงการร่วมมือกับ WoW Nut ว่า “ในจุดเริ่มต้นเกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังไม่เห็นถึงความสำคัญของการปลูกถั่วลายเสือมากนัก จนทางเถ้าแก่น้อยได้เล็งเห็นถึงศักยภาพ ร่วมมือกับทางจังหวัด เข้าไปช่วยส่งเสริมและขยายพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งจากเดิมมีเกษตรกรเพาะปลูกเพียง 88 รายเท่านั้น เพิ่มขึ้นมาเป็น 207 รายในปัจจุบัน”

นอกจากนี้ นายอุดมศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า สถิติรายได้ในปี 2567 ที่เถ้าแก่น้อยเข้าไปส่งเสริมการปลูกถั่วลายเสือ แสดงให้เห็นว่ามีการเติบโตสูงขึ้นถึง 197% โดยวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำบ่อสะเป่ มีรายได้ 7,667,470 บาท สมาชิกกลุ่มมีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 164,755 บาทต่อคน ซึ่งสูงกว่ารายได้ของชาวบ้านทั่วไปที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 81,182 บาทต่อคน

ในด้านสิ่งแวดล้อม การปลูกถั่วลายเสือช่วยทำให้อัตราการเผาทำลายซากวัชพืชลดลง เพราะเกษตรกรไม่ต้องเผาเตรียมแปลงในการเพาะปลูกอีกต่อไป เนื่องจากสามารถไถกลบเพื่อเป็นปุ๋ยต่อไปได้ทันที นอกจากนี้ลำต้นหรือเปลือกถั่วยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์แปรรูปได้หลากหลายชนิด อาทิ ปุ๋ย อาหารสัตว์ เชื้อเพลิงชีวมวล และถ่านชีวภาพ รวมถึงนำเส้นใยจากลำต้นมาทำกระดาษรีไซเคิล หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น จาน ถ้วย และกระบอกน้ำ
ความพิเศษของตราสัญลักษณ์ GI บนผลิตภัณฑ์
นางกิติยาพร สาธุเสน ผู้อำนวยการกองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา อธิบายถึงความสำคัญของเครื่องหมาย GI ว่าเป็นตรารับรองของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ที่มอบให้สินค้าที่ผลิตขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ทำให้สินค้ามีคุณภาพ ลักษณะเฉพาะ หรือเอกลักษณ์ที่เลียนแบบไม่ได้
นอกจากนี้ นางกิติยาพร ยังได้เปิดเผยว่า ความแตกต่างของตราสัญลักษณ์ GI ทั่วไปจะต้องเพาะปลูกและมีกระบวนการผลิตในพื้นที่เท่านั้น แต่สัญลักษณ์ GI บนผลิตภัณฑ์ WoW Nut ถั่วลายเสือคั่ว ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ออกแบบพิเศษขึ้นมาใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำวัตถุดิบไปผลิตยังโรงงานที่ได้มาตรฐานนอกพื้นที่ได้ ทำให้ WoW Nut เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ใช้โลโก้ GI นี้
ผู้สนใจสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ “WoW Nut by Taokaenoi” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ, TAOKAENOI LAND และร้านค้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะมีวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศในเดือนมิถุนายนนี้ หรือติดตามข่าวสารของ WoW Nut ได้ที่ Facebook: Wow by Taokaenoi