KAYAKI ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง จับมือ MITSUWOKOBOSE ร้านคาคิโกริจากจังหวัดมิยาซากิ เสิร์ฟน้ำแข็งไสเนื้อฟูราวปุยหิมะ 4 รสพรีเมียม เฉพาะที่เอ็มควอเทียร์ ถึง 31 ธ.ค. 2569 นี้เท่านั้น
ในแวดวงอาหารญี่ปุ่นของไทย KAYAKI (คายากิ) เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคยดีในฐานะผู้บุกเบิกวัฒนธรรม YAKIZAKANA (ยากิซากานะ — วัฒนธรรมการปิ้งย่างปลาสไตล์ญี่ปุ่น หรือ YAKI = ย่าง, ZAKANA = ปลา) เจ้าแรกในประเทศไทย แต่ครั้งนี้พวกเขาพาแฟนๆ ก้าวออกจากโลกของกลิ่นปลาย่างหอมกรุ่น มาสัมผัสความหวานเย็นระดับพรีเมียมผ่านการจับมือกับ MITSUWOKOBOSE (มิตสึโวะโคโบเสะ) ร้านคาคิโกริ (Kakigori — ขนมน้ำแข็งไสยอดนิยมที่อยู่คู่กับฤดูร้อนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน) ชื่อดังจากจังหวัดมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเติมมิติใหม่ให้มื้ออร่อยที่คนรักของหวานไม่ควรพลาด

สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว คาคิโกริไม่ใช่แค่น้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อมธรรมดา แต่เป็นขนมที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี ตั้งแต่สมัยเฮอัน สิ่งที่ทำให้มันพิเศษกว่าน้ำแข็งไสทั่วไปคือเนื้อสัมผัสฟูเบาราวปุยหิมะ ที่ได้จากเทคนิคการไสน้ำแข็งสะอาดพิเศษ ผสานกับซอส ครีม และวัตถุดิบที่คัดมาอย่างพิถีพิถัน อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้การกินคาคิโกริสนุกขึ้นคือการตักจากด้านบนแล้วค่อยๆ เจาะลงไปตรงกลาง แทนการตักจากขอบถ้วย เพื่อให้น้ำแข็งยังรูปสวย พร้อมได้ค้นพบส่วนผสมที่ซ่อนไว้ด้านในในทุกคำ
สำหรับคอลแลปครั้งนี้ MITSUWOKOBOSE นำเข้าวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากญี่ปุ่นทุกชิ้น ตั้งแต่น้ำแข็ง ผลไม้ ไปจนถึงครีม และทุกถ้วยต้องผ่านการลงมือทำโดยตรงจากเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่การไสน้ำแข็งให้ขึ้นรูปสวยงาม ไปจนถึงการจัดวางส่วนผสมที่ซ่อนความอร่อยไว้ภายใน เบื้องหลังของคอลแลปนี้เกิดจากความตั้งใจของทีมผู้บริหารที่ต้องการมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมให้กับลูกค้า พร้อมใช้โอกาสพิเศษนี้แทนคำขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่มีให้กับแบรนด์ในเครือมาโดยตลอด

โบ๊ท–ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ หนึ่งในสามผู้บริหารรุ่นใหม่แห่งบริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด เล่าที่มาของโปรเจกต์ว่า “เราตั้งใจให้มันเป็นเหมือนของขวัญส่งท้ายปี เพื่อขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุน Kay’s, KANORI และ KAYAKI มาโดยตลอด เราอยากมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพ จึงนำคาคิโกริจากญี่ปุ่นมาให้ได้ลิ้มลอง โดยใส่ใจทุกรายละเอียด ทั้งน้ำแข็ง วัตถุดิบ และกระบวนการทำ ความพิเศษอีกอย่างคือการจำกัดสถานที่และระยะเวลาให้บริการ เพราะทุกถ้วยต้องผ่านการทำด้วยมือของเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น เพื่อรักษาคุณภาพในแบบฉบับ MITSUWOKOBOSE ไว้อย่างครบถ้วน เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความตั้งใจเหล่านี้ผ่านรสชาติของขนมหวานที่เสิร์ฟออกมา”
เพลน–ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ ผู้บริหาร เผยรายละเอียดของเมนูทั้ง 4 รสชาติ ที่แต่ละรสมีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกัน เริ่มต้นด้วย Strawberry เมนูที่เลือกใช้สตรอว์เบอร์รีพันธุ์อามาโอ (Amaou — สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นชื่อดังที่มีรสหวานหอมและเนื้อแน่นกว่าพันธุ์ทั่วไป) นำมาทำเป็นซอสสตรอว์เบอร์รีคอมโพต จับคู่กับครีมสดเนื้อเนียนนุ่มและคุกกี้ครัมเบิลกรุบกรอบ การไล่ระดับรสจากความเปรี้ยวหวานสดชื่นสลับกับความหอมมันของครีมและสัมผัสกรุบกรอบที่แทรกด้านใน ทำให้แต่ละคำมีเรื่องราวของตัวเอง เป็นเมนูที่สดชื่นและชวนให้ตักต่อจนหมดถ้วย
Matcha คือตัวเลือกสำหรับแฟนพันธุ์แท้ชาเขียวญี่ปุ่น รสนี้จับคู่มัทฉะครีมกับโมจิ (Mochi — ขนมญี่ปุ่นทำจากแป้งข้าวเหนียว มีเนื้อนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์) และถั่วแดง ให้รสชาติที่กลมกล่อมทั้งความเข้มของชาเขียว ความหวานของถั่วแดง และสัมผัสหนึบของโมจิในคำเดียว ยิ่งตักให้ครบทั้งน้ำแข็ง ครีม และโมจิพร้อมกัน ยิ่งได้สัมผัสความกลมกล่อมของขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่กินได้เพลินโดยไม่ต้องพึ่งลูกเล่นซับซ้อน

คนที่อยากสัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ต้องลอง Shingen ที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างคุโรมิตสึ (Kuromitsu — น้ำเชื่อมน้ำตาลแดงญี่ปุ่นที่มีรสหวานลุ่มลึกกว่าน้ำเชื่อมทั่วไป) คินาโกะ (Kinako — ผงถั่วเหลืองคั่วที่มีกลิ่นหอมอบอุ่นเป็นเอกลักษณ์) โมจิ และถั่วแดง ความน่าสนใจอยู่ที่กลิ่นหอมอบอุ่นของถั่วเหลืองคั่วที่ตัดกับความเย็นฟูของน้ำแข็งและความหวานลุ่มลึกของคุโรมิตสึ เป็นการรวมรสชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาขนมหวานญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่อยากออกนอกกรอบจากคาคิโกริรสผลไม้ทั่วไป
ปิดท้ายด้วย Sweet Potato เมนูพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ร้าน MITSUWOKOBOSE ต้นตำรับ แต่เป็นไอเดียที่ เพลน–ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ คิดขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับคอลแลปนี้ โดยนำมันหวานมาสร้างสรรค์เป็นคาคิโกริรสชาติใหม่ ท็อปด้วยครีมมันหวานเนื้อเนียนละมุนและงาดำหอม ซ่อนถั่วแดงและมันฝรั่งทอดชิ้นเล็กๆ (Potato Chips) ไว้ด้านใน สร้างสัมผัสกรุบกรอบที่แปลกใหม่แต่เข้ากับความนุ่มฟูของน้ำแข็งได้อย่างลงตัว เป็นการจับคู่รสชาติที่ไม่เหมือนใครและมีให้ชิมที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งอัปเกรดเมนูของหวานจาก Granita เป็นคาคิโกริได้ทุกวัน ตลอดเวลาที่ร้านเปิดบริการ โดย Strawberry และ Matcha เพิ่มเพียง 249 บาท ส่วน Sweet Potato และ Shingen เพิ่ม 199 บาท หรือหากต้องการสั่งเป็นเมนูเดี่ยวโดยไม่ต้องทานเซท เปิดให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 14.00–17.00 น. ในราคา 399 บาท (Strawberry และ Matcha) และ 319 บาท (Sweet Potato และ Shingen) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 เฉพาะที่ KAYAKI สาขาเอ็มควอเทียร์ ชั้น 1 อาคาร C เท่านั้น ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Kayaki และ IG: kayakithailand



