บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ เปิดตัว NEW DENZA D9 MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่งอย่างเป็นทางการ พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 9 นาทีครั้งแรก ราคาเริ่ม 2,199,900 บาท

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว NEW DENZA D9 ภายใต้แนวคิด ‘LIMITLESS ELEGANCE’ (ความหรูหราไร้ขีดจำกัด) พร้อมยกระดับมาตรฐาน Large MPV ไฟฟ้าในไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการผสานความหรูหรา เทคโนโลยีอัจฉริยะ และพื้นที่ใช้สอยที่ครบครันสำหรับทุกการเดินทาง
จุดเด่นที่สร้างความฮือฮาในการเปิดตัวครั้งนี้คือ BYD 2nd Generation Blade Battery แบตเตอรี่รุ่นที่สองแบบใบมีดที่โดดเด่นด้านความปลอดภัยและความหนาแน่นพลังงาน ความจุสูงถึง 115 kWh บนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับ BYD FLASH TECHNOLOGY ระบบชาร์จไฟแรงดันสูงที่ทำให้ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และจาก 10% ถึง 97% ภายในเพียง 9 นาทีเท่านั้น นับเป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีนี้ปรากฏใน DENZA D9

NEW DENZA D9 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย รุ่น Extended ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 340 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และรุ่น Performance AWD ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้กำลังสูงสุด 410 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 445 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตร โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อม BYD FLASH TECHNOLOGY และช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve
ด้านความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร NEW DENZA D9 จัดวางเบาะ 7 ที่นั่งแบบ 2-2-3 รุ่น Extended มาพร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด 10 จุด ส่วนรุ่น Performance AWD ยกระดับสู่เบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมจุดนวดถึง 16 จุด ตกแต่งด้วยหนังแท้ Nappa ไม้แท้ และวัสดุบุเพดานหนังกลับคุณภาพสูง เบาะแถวที่ 3 ของทั้งสองรุ่นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางและพับไฟฟ้า พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ รุ่น Performance AWD ยังเพิ่มจอมัลติมีเดียขนาด 12.8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ถึง 2 จอพร้อม HD Webcam และพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,436 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 7 ใบ

ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve (ระบบกันสะเทือนแบบวาล์วคู่ ที่ปรับการหน่วงด้านแข็งและนุ่มได้พร้อมกัน) ช่วยลดอาการโคลงเมื่อเข้าโค้งลง 22% และลดอาการหน้าเชิด-ท้ายยุบลง 24% ทำให้ทั้งความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่อยู่ในระดับที่ไม่เคยมีใน MPV ราคาใกล้เคียงกัน
เทคโนโลยีอัจฉริยะภายในตัวรถก็ไม่น้อยหน้า ทั้งหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ระบบเสียง Devialet พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ระบบสั่งงานด้วยเสียงอิสระ 6 โซน พร้อม Google Built-in แท่นชาร์จไร้สาย 50W จำนวน 4 จุด ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง และระบบ ADAS (ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ) พร้อมระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ DMS สำหรับรุ่น Performance AWD ยังได้รับ W-HUD ขนาด 12 นิ้ว กระจกมองหลังดิจิทัล Streaming Rearview Mirror ระบบ AR Projection สำหรับเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายอัตโนมัติ รวมถึง Denza Digital Key ที่เปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นกุญแจดิจิทัล พร้อมรองรับการเข้าถึงรถรวมทั้งสิ้น 7 รูปแบบ ตั้งแต่ Smart Key, NFC Key Card ไปจนถึงการสั่งงานระยะไกลผ่าน BYD App
ในด้านดีไซน์ NEW DENZA D9 โดดเด่นด้วยการออกแบบด้านหน้าแบบ π-Motion ไฟท้าย LED รูปทรงลูกศร เส้นสายด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวตก ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองด้าน โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 โทน ได้แก่ Whale Sea Blue, Arctic White, Quantum Black และ Titanium Grey

NEW DENZA D9 พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ใน 2 รุ่นย่อย รุ่น Extended ราคาจำหน่ายปี 2569 ที่ 2,199,900 บาท และรุ่น Performance AWD ที่ 2,599,900 บาท ซึ่งเป็นราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับรถภายในปี 2569 ก่อนที่จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นในปี 2570 ตามโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ผู้สนใจสามารถสัมผัสคันจริงและทดลองขับ NEW DENZA D9 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ DENZA ทั่วประเทศ และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ denza.com และ denzathailand.com



